วันจันทร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

ประวัติ ไมเคิล เชงเกอร์ (Micheal Schenker) หนึ่งใน UFO

ประวัติ ไมเคิล เชงเกอร์ (Micheal Schenker) หนึ่งในสมาชิก UFO

                         ในบรรดาเพลงร็อกระดับคลาสสิก ที่ได้รับการยกย่องของวงการว่าเป็นแบบอย่างให้กับศิลปินในรุ่นต่อมา ต้องมีชื่อของเพลง Rock Bottom ของคณะ UFO อยู่ในใจสาวกร็อกเกอร์ชาวไทยอยู่ในอันดับต้นๆ อย่างแน่นอน ด้วยท่อนริฟฟ์เปิดเพลงที่เป็นเอกลักษณ์ โครงสร้างดนตรีที่แข็งแกร่ง และขาดไม่ได้คือท่อนโซโลที่ทั้งสวยงามและเร้าร้อน ที่ปลดปล่อยออกมาจากการสร้างสรรค์ของศิลปินที่เต็มเปี่ยมไปด้วยเทคนิกและจิตนาการ จนเป็นที่มาของบทเพลงที่เป็นอมตะของวงการเพลงโลก

                     มันอมตะเสียจนทุกคนที่เล่นกีตาร์ จะต้องตั้งเป้าด้วยการเล่นช่วงอินโทรของเพลงนี้ให้ได้กันทั้งนั้น และหวังว่าวันหนึ่งจะสามารถก้าวไปสู่การเป็นผู้ที่สามารถลีดท่อนโซโลที่แสนเมามันและหมดจดนี้ได้ แน่นอนว่า ผู้ที่ได้กลายเป็นครูของนักกีตาร์มาแล้วรุ่นต่อรุ่นรายนี้ไม่ใช่ใครนอกจาก ไมเคิล เชงเกอร์ ตำนานมือกีตาร์ชาวเยอรมัน ผู้ที่ใช้เวลากว่า 3 ทศวรรษในถนนดนตรี ด้วยการจารึกชื่อกับผลงานอมตะร่วมกับวงชั้นยอดมาแล้วมากมายทั้ง แมงป่องผยองเดช Scorpions, UFO และ MSG วงดนตรีที่เขาสร้างขึ้นด้วยบารมีของเขาเองโดยเฉพาะ Rock Bottom อาจจะโดดเด่นด้านความเมามัน แต่ถ้าแถมแฟนเพลงร็อกบ้านเรา ว่าชอบเพลงอะไรของ UFO มากที่สุด ร้อยทั้งร้อยคงหนีไม่พ้น High Flyer เพลงอคูสติกบัลลาด ที่ติดหูแฟนเพลงร็อกเมืองไทยมากว่า 20 ปี ขนาดที่ว่าถ้าไปผับร็อกเมืองไทยแล้วไม่ได้ฟังเพลงนี้แสดงว่าไปไม่ถูกที่

                          แม้จะได้ชื่อว่า โด่งดังมาจากวง UFO แต่วงร็อกวงแรกที่เขาแจ้งเกิดก็คือ Scorpions สุดยอดวงร็อกเยอรมันของรูดอล์ฟ เชงเกอร์ มือกีตาร์ผู้พี่ ซึ่งไมเคิลได้ใช้ Scorpions เป็นที่เพาะบ่มประสบการณ์ทางดนตรี จนกระทั้งฝีมือของเขาไปสะดุดตาของสมาชิก UFO วงร็อกชั้นดีจากอังกฤษ ที่กำลังต้องการมือกีตาร์เพื่อการแสดงในเยอรมันอยู่พบดิบพอดี UFO นี้เองที่เขาได้แผลงฤทธิ์การเล่นกีตาร์ระดับที่หาไม่ได้จากฝีมือเด็กหนุ่มวัย 19 คนไหน ที่ทั้งเร้าร้อน หมดจด และทรงพลัง ดังที่ปรากฏอยู่ในทุกๆ แทร็คของอัลบั้มเปิดตัวของเขา Phenomenon เมื่อปี 1974 ซึ่งผลงานชุดนี้เองที่ช่วยยกระดับ UFO จากวงร็อกอังกฤษฝีมือดี กลายเป็นวงมหากาฬระดับแถวหน้า ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ปูรากฐานปรากฏการณ์ NWOBHM แก่วงการเมทัลในต้นยุค 80

                          ในเวลาต่อมา หลังจากสร้างชื่อกับ UFO มาตลอดยุค 70 แล้ว ก้าวต่อไปของไมเคิล เชงเกอร์      คือการสร้างโปรเจ็กท์ที่ตัวเขาเป็นผู้กำหนดรูปแบบของดนตรีได้อย่างแท้จริง MSG หรือ The Michael Schenker Group จึงได้กำเนิดขึ้น แม้ว่าจะไม่คลาสสิกเท่ากับวงที่เขาจากมา แต่มันก็อุดมไปด้วยผลงานดีๆ ที่แฟนเพลงไม่ควรมองข้ามมากมายทั้ง In To The Arena, Armed and Ready, Ready To Rock, On And On, Captain Nemo และเพลงที่ยังฝังใจสาวกอยู่ทุกวันนี้ Rook Will Never Die

                     สัญลักษณ์อย่างหนึ่งของไมเคิล เชงเกอร์ ที่ติดตาแฟนเพลงอย่างดีก็คือกีตาร์ Gibson Flying V อันโดดเด่น ที่เขาได้เป็นของขวัญจากพี่ชายเมื่อยังเป็นเด็กจนเป็นแรงบันดาลในเส้นทางดนตรีอยู่ทุกวันนี้ สำหรับสายกีตาร์ร็อกแล้ว นอกจากแรนดี โรดส์แล้ว ก็มีเฮียไมเคิล เชงเกอร์เนี่ยแหล่ะที่เล่น Flying V ได้สะเด็ดสะเด่าที่สุด ขนาดป๋าออซซียังเคยออกปากชวนไมเคิล เชงเกอร์มาร่วมวงมาแล้ว หลังจากแรนดี โรดส์ต้องมาเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุทางเครื่องบินเมื่อต้นยุค 80

                      และในปี 2006 นี้ เขาได้ออกอัลบั้มใหม่ล่าสุด ฉลองครบรอบ 25 ปีของในวงการเพลงด้วยอัลบั้ม Tales of Rock & Roll ที่จะมาพร้อมกับ World Tour ของเขา

***ที่มา  ผู้จัดการออนไลน์***

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น